dot
dot
ภาพรวม
dot
bulletข้อมูลจังหวัดสมุทรปราการ
bulletการเดินทาง สมุทรปราการ
bulletย้อนอดีตเมืองปากน้ำ
bulletแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
bulletคำขวัญประจำจังหวัด
bulletของดีประจำจังหวัด
bulletเทศกาลงานประเพณี Festivals
bulletปฏิทินการท่องเที่ยว
dot
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรปราการ Tourist Attractions
dot
bulletวัดบางพลีใหญ่ใน
bulletตลาดโบราณบางพลี
bulletวัดบางพลีใหญ่กลาง
bulletป้อมพระจุลจอมเกล้า
bulletตลาดคลองสวน 100 ปี
bulletบึงตะโก้
bulletป้อมแผลงไฟฟ้า
bulletวัดโปรดเกศเชษฐาราม
bulletพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
bulletวัดกลางวรวิหาร
bulletวัดขุนสมุทราวาส
bulletตลาดริมวัดน้ำบางหัวเสือ
bulletเมืองโบราณ
bulletพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
bulletสถานตากอากาศบางปู
bulletวัดอโศการาม
bulletตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
bulletพระสมุทรเจดีย์
bulletวัดป่าเกด
bulletหมู่บ้านสาขลา
bulletสวนศรีนครเขื่อนขันธ์
bulletวัดทรงธรรม
bulletนมัสการ หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส
dot
โรงแรม/ที่พัก/โฮมสเตย์
dot
bulletโรงแรมเบสเวสเทิร์น พรีเมียร์ พรีเมียร์ อมาแรนธ์ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต
dot
ประชาสัมพันธ์กีฬา
dot
dot
ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว
dot
bulletคู่มือการจัดการภัยธรรมชาติและอาชญากรรมนักท่องเที่ยว
dot
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
bulletกรมพลศึกษา
bulletกรมการท่องเที่ยว
bulletการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
bulletการกีฬาแห่งประเทศไทย
dot
วงการกีฬา
dot
bulletข่าวสารวงการกีฬา
dot
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletเว็บจังหวัดสมุทรปราการ
bulletOTOP สมุทรปราการ
bulletสนามกอล์ฟสมุทรปราการ
bulletโฮมสเตย์
bulletร้านอาหารในจังหวัด
bulletโรงแรมในจังหวัด
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot
bulletเว็บบอร์ด




Code Calendar by zalim-code.com


ย้อนอดีตเมืองปากน้ำ

 ย้อนอดีตเมืองปากน้ำ

 

 

              ชาวรามัญหรือชาวมอญเป้นกลุ่มชนส่วนใหญ่ ในพื้นถิ่นที่สืบสานดำรงอยู่ มาเป็นระยะเวลานานเกือบ 200 ปี ในอดีต ชนชาติมอญมีศูนย์กลางอาณาจักรอยู่ที่เมืองหงสาวดี เมื่อพม่าขยายอำนาจและเข้ามาช่วงชิงดินแดน อาณาจักรมอญจึงสูญเสียเอกราชอธิปไตยและไม่สามารถกอบกู้กลับคืนมาได้อีก จนกระทั่งปัจจุบันชาวมอญบางส่วนได้อพยพมาพึ่งพระโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในหลายภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคกลางในเขตจังหวัดสมุทรปราการ มีชาวมอญอาศัยอยู่จำนวนมากในอำเภอพระประแดง จึงเรียกกันว่าชาวมอญปากลัด หรือมอญพระประแดง

           พื้นที่สามเหลี่ยมปากน้ำเจ้าพระยามีลักษณะเป็นปากอ่าวทำให้เหมาะแก่การเป็นที่ตั้งของเมืองหน้าด่านทางทะเล จึงเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งในด้านการปกป้องรักษาราชอาณาจักร ด้านการเป็นเมืองท่าสำหรับติดต่อค้าขายกับต่างแดน และด้านความสัมพันธ์ระหว่าประเทศ

           ราวพุทศตวรรษที่ 11-16 อาณาจักรขอมเรื่องอำนาจ เมืองที่ตั้งในพื้นที่นี้มีบทบาทในการส่งข่าวแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ไปยังเมืองหลวง เมืองแห่งนี้เรียกว่า บาแดง หรือ ประแดง อันหมายถึงดินแดนหรือคนนำข่าวสาร ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เรียกว่า " พระประแดง"

           พระประแดงยังคงมีบทบาทในฐานะเป็นเมืองหน้าด่านต่อเนื่องนับตั้งแต่อาณาจักรขอม อาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนมาสิ้นความสำคัญในสมัยกรุงธนบุรี ล่วงเข้ารัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสถาปนากรุงเทพมหานคร เป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรกเกล้าฯ ให้สำรวจพื้นที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อสร้างเมืองหน้าดานป้องกันข้าศึก ที่จะมาทางทะเล และได้รับการสานต่อจนเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมพระราชทานนามเมืองว่า "นครเขื่อนขันธ์" จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวมอญเข้ามาตั้งถิ่นฐาน นับเป็นชุมชนมอญขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

           ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองสมุทรปราการขึ้นใหม่บรืเวณบางเจ้าพระยาหรือตำบลบางเมือง อำเภอเมืองในปัจจุบัน เพื่อเป็นเมืองหน้าด่านพร้อมทั้งสร้างป้อมปราการตลอดแนวปากอ่าวไทนลึกเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึง อำเภอพระประแดง ซึ่งเคยมีป้อมปืน 24 ป้อม แต่ปัจจุบันคงเหลทอแต่ป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมผีเสื้อสมุทรเท่านั้นที่รับหน้าที่เล่าขานเรื่องราวประวัติศาสตร์

           การจัดระเบียบการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาล เมืองสมุทรปราการและนครเขื่อนขันธ์ อยู่ในเขตการปกครองของมณฑลกรุงเทพฯ ก่อนที่สมุทรปราการจะได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดใน พ.ศ. 2459 อันประกอบด้วยอำเภอต่างๆ คือ อำเภอสมุทรปราการ บางเหี้ย (บางบ่อ) บางพลี และเกาะสีชัง ซึ่งภายหลังถูกลดฐานะเป็นกิ่งอำเภอรวมเข้ากับอำเภอสมุทรปราการเพราะมีอาณ่เขตและพลเมืองน้อย อีกทั้งเมืองนครเขื่อนขันธ์ ก็เปลี่ยนชื่อจังหวัดพระประแดงตามที่เรียกกันในสมัยโบราร ก่อนที่ทางราชการจะยุบจังหวัดพระประแดงลงเป็นอำเภอและขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการใน พ.ศ. 2475

           จากนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้งในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อจังหวัดสมุทรปราการถูกยุบรวมกับพระนครในสัมย พ.ศ. 2486 เพราะประเทสไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก 3 ปีต่อมาสมุทรปราการจึงได้ยกฐานะเป็นจังหวัดอีกครั้ง โดยไม่รวมกิ่งอำเภอเกาะสีชัง พร้อมทั้งจัดตั้งกิ่งอำเภอพระสมุทรเจดีย์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2527 ยกฐานะเป็นอำเภอใน พ.ศ. 2534 จากนั้นใน พ.ศ. 2550 ได้ยกฐานะกิ่งอำเภอบางเสาธงขึ้นเป็นอำเภอ ดังนั้น จังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบันจึงประกอบด้วย อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ และอำเภอเสาธง

 

Memorable History

 

 

             Constituing most of the poppulation of the area, the Mon ethnice 9also know as Raman) have put down roots in samut Prakan for almost 200 year. The original center of the Mon Kingdom was in Pegu (formerly Hongsawadi) in burma ( now Myanmar) After the Burmese invasion, the Mon Kingdom was annexed to Myanmar and subsequently some of the Mon people decided to emigrate and settle in Thailand uoder the protection of the Siamese kings. Many of them made their home in Samut Prakan, particularly in Phra Pradaeng District, forming large Mon communities, and thus were called Mon Phra Pradaeng ( or Mon pak Lat )

              For many years, the southernmost edge of the Chao Phraya River delta has played an important role in military strategy Located on the estuary, this seaport has long served as a strategic point in the naval defense of the area, as well as being a center of maritime trade and internation

             During the period between the 11 th and 16 th centuries of the Buddhist Era (AD 457-1056 ), the Khmer held power in the region The seaport served as a relay point for the speedy despatch of news to the capital city and it thus came to be called Phra Pradaeng, which in the Khmer language means messenger.

             The seaport maintained a significant role until the Thon Buri period (AD 1761-1782). When Bangkok became the capital city, King Rama I had the area around the Chao Phraya estuary surveyed in prepartion for the construction of a maritime outpost. The construction projected was finaly completed in the erign of King Rama II, who bestowed upon the town the name Nakhon khueankhan and allowed the settlement of the Mon people there.

             Subsequently, King Rama II commanded the renovation of Samut Prakan city around the area currently know as Tambon Bang Mueang in Mueang samut Prakan District; the area was to serve as a fortress town. Twenty - four fortresses in total were buil along the Gulf or Thailand to Phra Pradaeng District. However, only Phra Chulachomklao Fortress and Phisuea Samut Fortress remain intact today.

             In the early Rattanakosin period, Samut Prakan and Nakhon Khueakhan were under the authority of Monthon Krung Thep but in 1916, Samut Prakan was promoted to a province and disaggregated into Samut Prakan, Bang Hia (Bang Bo ) , Bang Phli, and Ko Si Chang districts. Due to its small population and area , Ko Si Chang was later downgraded to a sub - district before it was finally merged into Samut Prakan District. In the meantime, the town of nakhon Kheankhan was established as Ohra Pradaeng Province. In 1932, the government turned Phra Pradaeng into a district under Samut Prakan.

             In 1943, during World Wae II, samut Prakan was subsumed into Phra nakhon Province due to serious economic ramification from the war. Three years later, with the exclusion of Ko Si Chang Sub-district, samut Prakan was re-established as a province. In 1984, Phea Samut Chedi Sub-district was established and, in 1991, was upgraded to distric status. In 2007, Bang sao Thong Sub-district was also promoted to a district, Currently, Samut Prakan comprises the districts of Mueang Samut Prakan, Phea Pradaeng, Bang Phli Phra Samut Chedi , Bang Bo and Bang Sao Thong.

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.